ข้อมูลผลิตภัณฑ์ อินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่ (Indian Gooseberry)
เครื่องดื่มสกัดผลอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่
เครื่องดื่มสกัดผลอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่ 1,000 มก. ต่อวัน ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพดังนี้
แชร์ประสบการณ์จริงจากผู้รับประทาน คลิก
ชนิดของเบาหวาน เบาหวานแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ตามสาเหตุการเกิดโรค
1. โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 diabetes mellitus, T1DM) เกิดจากเซลล์ตับอ่อนถูกทำลายโดยภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ขาดอินซูลิน มักพบในเด็ก
2. โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 diabetes mellitus, T1DM) เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดมากกว่า 95% เกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น ภาวะอ้วน ขาดการออกกำลังกาย และพฤติกรรมการกินอาหารหวานมัน มักพบในวัยผู้ใหญ่
3. โรคเบาหวานที่มีสาเหตุจำเพาะ (Specific types of diabetes due to other causes) เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โรคทางพันธุกรรม โรคของตับอ่อน โรคทางต่อมไร้ท่อ และยาบางชนิด
4. โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational diabetes mellitus, GDM) เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ มักเกิดเมื่อไตรมาส 2-3 ของการตั้งครรภ์ในบางรายเมื่อคลอดบุตรแล้ว อาจยังคงเป็นโรคเบาหวานต่อ
การกินน้ำตาล 1 ช้อนชา ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลง 50% ใน 6 ชั่วโมง เนื่องจากน้ำตาลมีผลรบกวนกระบวนการ ต้านเชื้อโรคและการต้านการอักเสบของร่างกาย นอกจากนี้น้ำตาลยังเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อโรค รวมถึงไวรัส และแบคทีเรียต่างๆ ด้วยเหตุนี้ ผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้ำตาลสะสมสูงจึงมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไปและเมื่อ ติดเชื้อแล้วอาจมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นตัดแขน ตัดขา หรือเสียชีวิตได้
ระดับน้ำตาลในเลือดเท่าไหร่ ที่เรียกว่าปกติ
หลายคนจะคุ้นเคยกับการอดอาหาร 8 ชั่วโมงเพื่อเจาะเลือดวัด "ระดับน้ำตาลในเลือด" (FBS, Fasting blood sugar) แต่รู้หรือไม่ว่ามีอีกหนึ่งค่าที่เรียกว่า “ระดับน้ำตาลสะสม” หรือ HbA1c (Hemoglobin A1c, ฮีโมโกลบิน เอวันซี) คือ ระดับน้ำตาลสะสมในเลือดช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อวัดดูความสามารถในการควบคุมระดับ น้ำตาล ซึ่งการลดอาหารหวาน 2-3 วันก่อนเจาะเลือดอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดดูเป็นปกติ แต่ไม่สามารถลด ระดับน้ำตาลสะสม HbA1c ได้ ดังนั้นหากระดับน้ำตาลสะสม HbA1c อยู่ในช่วงปกติ แสดงว่าสามารถควบคุม ระดับน้ำตาลได้ต่อเนื่องจริง โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะเจาะวัดทั้ง 2 ค่าเพื่อดูแนวโน้มการเป็นเบาหวานควบคู่กัน
👉 ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง : ปกติ < 100 มก./ดล. / เสี่ยงเป็นเบาหวาน 100 - 125 มก./ดล. / เป็นเบาหวาน ≥ 126 มก./ดล.
👉 ระดับน้ำตาลสะสม HbA1c : ปกติ < 5.7% / เสี่ยงเป็นเบาหวาน 5.7 - 6.4% / เป็นเบาหวาน ≥ 6.5%
ปัจจุบันเริ่มพบภาวะเบาหวานในวัยรุ่น วัยหนุ่มสาวมากขึ้น ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่าคนอายุมาก โรคเบาหวาน นับเป็นโรคที่รักษาด้วยยาไม่หายและมีค่าใช้จ่ายตลอดชีวิต รวมถึงเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนที่จะตามมาอีกมากมาย การดูแลตนเองให้ห่างไกลจากเบาหวานเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนตั้งแต่เนิ่นๆจึงมีความสำคัญมาก
ประโยชน์ของอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่ หรือ มะขามป้อมอินเดีย ตามตำราอายุรเวทโบราณของอินเดียกว่า 3,000 ปี มีการใช้อินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่ (Indian Gooseberry) หรือ มะขามป้อมอินเดีย (คำว่า “อายุรเวท” มาจาก "อายุส" หมายถึง อายุยืนยาว และ "เวท" หมายถึง องค์ความรู้ อายุรเวท จึงเป็นศาสตร์ที่ส่งเสริมให้สุขภาพดียืนยาวนั่นเอง) ผลไม้นี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phyllanthus emblica ชาวอินเดียเรียกอัมลา (Amla) หรือ อมาลกะ (Amalaka) แปลว่า พยาบาล เป็นยาอายุวัฒนะ รักษาโรค บำรุงร่างกาย
ปัจจุบันพบว่าอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่ มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ทั้งกระตุ้นการเผาผลาญน้ำตาล และไขมัน การปรับสมดุลหลอดเลือด การไหลเวียนเลือด การปรับระบบการย่อย และการดูดซึมอาหาร รวมถึง แก้หวัด ไอ เจ็บคอ ขับเสมหะ ใช้เป็นยาระบาย ใช้รักษาเลือดออกตามไรฟัน และแก้น้ำเหลืองเสีย ทั้งนี้เนื่องจากอินเดียน กู๊ดส์ เบอร์รี่ อุดมไปด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด ได้แก่ ฟลาโวนอยด์ โพลีฟีนอล แทนนิน วิตามินซี เอ บี กรดอะมิโนไลซีน เมไธโอนีน และแร่ธาตุต่างๆ
แชร์ประสบการณ์จริงจากผู้รับประทาน คลิก
เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย - Super Sugar Cut Drink ตัดหวาน ตัดมัน ต่อชีวิต ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยสารสกัดผลอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่ มากขึ้นและนำมาสกัดเพื่อให้ได้สารออกฤทธิ์ที่เข้มข้นใน รูปแบบเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย (1ซองมีสารสกัด 500 มก.) มุ่งเน้นที่ประโยชน์ด้านการควบคุม น้ำตาลและไขมันในเลือดโดยเฉพาะ และพัฒนาให้มีจุดเด่นที่เหนือกว่ามะขามป้อมทั่วไป ดังนี้
1. คัดเลือกสายพันธุ์ต้นกำเนิดจากประเทศอินเดีย ปราศจากการตัดแต่งพันธุกรรม ยาฆ่าแมลง และสาร กลูเตนที่อาจทำให้แพ้ใช้การสกัดด้วยน้ำ 100 % ด้วยอุณหภูมิสูงที่ได้รับรองสิทธิบัตรถึง 8 ฉบับ ควบคุมคุณภาพการผลิตจากสหรัฐอเมริกา
2. มีสารสกัดมะขามป้อมอินเดียที่อุดมด้วยสารออกฤทธิ์ที่เข้มข้นกว่าผงมะขามป้อมทั่วไปถึง 20 เท่า โดยผงสกัดมะขามป้อมอินเดียเข้มข้น 1 กิโลกรัม ต้องใช้ผลมะขามป้อมอินเดียมากถึง 20 กิโลกรัม
3. อุดมด้วยสารออกฤทธิ์ โดยเฉพาะสารกลุ่มแทนนินในปริมาณสูง จึงมีรสฝาดอ่อนๆ และมีประโยชน์ใน การควบคุมน้ำตาลและไขมันในเลือด
4. มีงานวิจัยรับรองผลลัพธ์การลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
5. ปราศจากน้ำตาล โดยคัดเลือกสารให้ความหวาน ไอโซมอลต์ทูโลส (Isomaltulose) และ อีริทริทอล (Erythritol) ที่ปลอดภัย เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด
6. เข้มข้น แต่ละลายง่ายในน้ำอุ่น พร้อมดูดซึม
7. แต่งกลิ่นน้ำผึ้งและมะนาวธรรมชาติ(ฮันนี่เลมอน) รสชาติหอมอร่อย
แชร์ประสบการณ์จริงจากผู้รับประทาน คลิก
คำแนะนำและวิธีรับประทาน เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย
เหมาะสำหรับ
• ผู้ที่ชอบกินอาหารหวานและมัน
• ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ ควบคุมน้ำตาลและไขมันในเลือด
• ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานหรือความผิดปกติของโรคไขมันในหลอดเลือด
วิธีรับประทาน Super Sugar Cut Drink
• วันละ 2 ซอง ชงน้ำร้อน 50 มิลลิลิตร ดื่มทุกวันหลังอาหาร เช้า-เย็น
• สามารถชงดื่มพร้อมหรือหลังมื้อขนมหวาน ดื่มได้สูงสุดวันละ 4 ซอง
ข้อมูลทั่วไป
ปริมาณบรรจุ : กล่องละ 10 ซอง (1ซองมีสารสกัด 500 มก.) โดย 6 กล่อง (60ซอง) สามารถดื่มได้ 1 เดือน (หากดื่ม 2 ซองต่อวัน)
วันที่ผลิต (MFD) และ วันหมดอายุ (EXP) : ระบุอยู่ที่บรรจุภัณฑ์ (วันที่ เดือน ปี ค.ศ.) อายุผลิตภัณฑ์ : 2 ปี / เก็บในที่แห้งและเย็น ควรเก็บให้พ้นจากแสงแดด
พลังงานต่อ 1 ซอง: 10 กิโลแคลอรี แต่งกลิ่นน้ำผึ้งและมะนาวธรรมชาติ (ฮันนี่เลมอน) ปราศจากน้ำตาล สารกันเสีย สีสังเคราะห์
จากผลงานวิจัยผลลัพธ์เครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อมอินเดีย ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด งานวิจัยศึกษาผลของการลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด โดยให้อาสาสมัครดื่มเครื่องดื่มผงสกัดมะขามป้อม อินเดีย 1,000 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่า 2 ซองต่อวัน ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพ ดังนี้
• ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงสูงสุดถึง 22% ภายใน 2 ชั่วโมง หลังทานอาหาร ทดสอบในอาสาสมัครสุขภาพดี 5 คน กินอาหารที่มีพลังงาน 584 กิโลแคลอรี่ (คาร์โบไฮเดรต 91 กรัม, น้ำตาล 60 กรัม) เปรียบเทียบระดับน้ำตาลโดยการเจาะเลือดที่ปลายนิ้วเมื่อดื่มอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่หลัง อาหารเทียบกับไม่ได้ดื่ม ผลการทดสอบพบว่า 4 ใน 5 คน มีค่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงสูงสุดถึง 22%
• ค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) ลดลงสูงสุดถึง 15% ภายใน 1 เดือน ทดสอบในอาสาสมัคร 33 คน พบว่าช่วยลดค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) เฉลี่ย 5% และลดสูงสุด 15% ภายใน 1 เดือน (จาก 5.78% เป็น 5.51%)
• เพิ่มไขมันดี คอเลสเตอรอล HDL สูงสุด 77% ภายใน 1 เดือน ทดสอบในอาสาสมัคร 33 คน พบว่าค่าไขมันดี HDL เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ใน 1 เดือน และเพิ่มสูงสุดถึง 77%
• ลดไขมันร้าย Triglyceride 24% และ คอเลสเตอรอล LDL 25% ภายใน 3 เดือน ทดสอบในอาสาสมัคร 80 คน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าค่าไตรกลีเซอไรด์ ลดลง 24% และคอเลสเตอรอล LDL ลดลง 25%
นอกจากนี้อาสาสมัคร 33 คน ที่ดื่มเครื่องดื่มอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่ วันละ 1,000 มิลลิกรัม หรือ 2 ซอง ทุกวัน เป็นเวลา 2 เดือน รู้สึกได้ว่า สุขภาพหลอดเลือดดีขึ้น สดชื่นไม่เหนื่อยง่าย ขับถ่ายดีขึ้น นอนหลับดีขึ้น และ ร่างกายเผาผลาญดีขึ้น
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น